พ่อร้องทนาย ลูกสาวถูกยิงตายคดีไม่คืบหน้า

เวลา 13.00 น.วันที่ 23 ต.ค.62 ที่สำนักงานทนายคู่ใจ ถนนแจ้งวัฒนะ นายพิกุล ภูแข็ง อายุ 63 ปี พ่อของผู้เสียชีวิต พร้อมครอบครัว เดินทางเข้าร้องทนายรณณรงค์ แก้วเพ็ชร์ ประธานเครือข่าย  รณรงค์ทวงคืนความยุติธรรมในสังคม เนื่องจากคดีที่ น.ส.ฐานิดา ภูแข็ง อายุ 37 ปี ถูกนายจักรกฤษณ์ แย้มเสม อายุ 37 ปี น้องเขย ยิงด้วยอาวุธปืนเสียชีวิต และ น.ส.ธันย์ชนก อุปพงษ์ ถูกยิง 2 นัดได้รับบาเจ็บสาหัส เหตุเกิดเมื่อวันที่ 13 ก.ย.62 พื้นที่ สน.ท่าข้าม เบื้องต้นตำรวจได้ออกหมายจับผู้ก่อเหตุ ผ่านมาเดือนกว่าคดีไม่คืบหน้าติดตามจับตัวคนร้ายไม่ได้ เกรงว่าคนร้ายจะย้อนกลับมาก่อเหตุซ้ำ จึงมาร้องขอให้ช่วยติดตามคดีเพื่อให้จับตัวคนร้ายให้ได้
น.ส.มันตา ภูแข็ง น้องสาวผู้เสียชีวิตและเป็นภรรยาผู้ต้องหา กล่าวว่า ตนและผู้ต้องหามีปากเสียงกันประจำ ส่วนใหญ่เป็นเรื่องหึงหวง  ผู้ต้องหาติดยาเสพติด ไม่ทำงาน ชอบทำร้ายร่างกายตน ตนจึงย้ายหนีไปอยู่กับครอบครัวที่เป็นบ้านเช่าที่เกิดเหตุ วันเกิดเหตุผู้ต้องหาเดินทางมาที่บ้าน มีอาการคล้ายเมายา มาอาละวาดและทะเลาะกับพี่สาวที่เป็นผู้เสียชีวิต มีการด่าทอกัน ซึ่งขณะเกิดเหตุมีตน พี่สาว ลูกของพี่สาว ลูกตน และพ่อนั่งกันอยู่ หลังมีปากเสียง ผู้ต้องหาได้ชักปืนยิงใส่พี่สาว 1 นัดกระสุนถูกเหนือคิ้วซ้ายทะลุศีรษะเสียชีวิต จากนั้นหันปืนไปยิงลูกของพี่สาวซึ่งกำลังคุยโทรศัพท์อยู่ ยิงถูกโทรศัพท์ ทะลุขากรรไกร และยิงที่ใต้ชายโครง รวม 2 นัด บาดเจ็บสาหัส จากนั้นผู้ต้องหาพยายามจะยิงมาที่ตนแต่กระสุนปืนแตก ตนจึงไม่ได้รับบาดเจ็บ หลังก่อเหตุผู้ต้องหาได้หลบหนีไป ผ่านมาจนถึงวันนี้ตำรวจยังไม่สามารถติดตามตัวได้ และทางญาติผู้ต้องหาอ้างว่ามีญาติเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.ท่าข้าม ตนและครอบครัวเกรงว่าคดีจะเงียบไปจึงมาร้องให้ทนายรณณรงค์ช่วยติดตามความคืบหน้าให้
น.ส.ธันย์ชนก ลูกสาวผู้เสียชีวิต กล่าวว่า  ตอนนี้ความรู้สึกของทุกคนในครอบครัวกลัวว่าผู้ต้องหาจะกลับมาก่อเหตุซ้ำ เนื่องจากตำรวจยังจับตัวไม่ได้ อยู่กันอย่างหวาดระแวง จึงอยากให้ทนายช่วยติดตามคดีและเร่งจับกุมตัวผู้ต้องหามาดำเนินคดี    
ทนายรณณงค์ แก้วเพ็ชร์ ประธานเครือข่ายรณณรงค์ทวงคืนความยุติธรรมในสังคม กล่าวว่า ต้องดูว่าคดีนี้ผ่านมาหนึ่งเดือนแล้ว ออกหมายจับแล้ว ติดปัญหาอะไรยังจับตัวคนร้ายไม่ได้หรือเป็นเพราะคนร้ายมีญาติเป็นตำรวจจึงทำให้คดีเงียบไป และเห็นว่าขนาดอาวุธปืนที่ญาติผู้เสียชีวิตเก็บได้เป็น .32 แต่ปืนที่ตำรวจยึดมาจากบ้านผู้ต้องหาเป็นปืนขนาด .38 ซึ่งไม่ตรงกัน ต้องตรวจสอบข้อเท็จจริงด้วย ในวันพรุ่งนี้เวลา 10.00 น.จะพาครอบครัวนี้ไปที่ กองบัญชาการตำรวจนครบาล เพื่อให้ช่วยตั้งชุดสืบสวนคลี่คลายคดี ติดตามจับกุมตัวคนร้ายตามหมายจับมาดำเนินคดี 

folder_openAssigned tags
keyboard_arrow_up