เกษตรกรหนุ่ม เดินตามรอยเท้าพ่อ..สานต่อวิถีพอเพียง. ของ ร. 9

   วันที่ 13 ก.ย.61 ที่ศูนย์เรียนรู้ชุมชนหมู่ 1 ต.มหาสวัสดิ์ อ.บางกรวย จ.นนทบุรี  นายวัชรเดช เกียตชานน นายอำเภอบางกรวย ได้นำผู้สื่อข่าวลงพื้นที่เข้าเยี่ยมชมสวนเศรษฐกิจพอเพียงของ นายอนุชิต เกตุทอง อายุ 48 ปี หนึ่งในศูนย์เรียนรู้ของชุมชนอำเภอบางกรวย โดยศูนย์แห่งนี้เดิมเป็นที่ปลูกผักสวนครัวไว้ใช้ในครัวเรือนเท่านั้น   
   นายวัชรเดช เกียตชานน นายอำเภอบางกรวย กล่าวว่า ตนเคยเป็นลูกศิษย์วัด เดินตามพระมาบิณฑบาตและมาพบสวนนี้ ได้พูดคุยเห็นว่าเจ้าของสวนมีความสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณในหลวงรัชกาลที่ 9 ใช้ที่ดินประมาณ 1 งานกว่า สานต่อตามรอยเท้าพ่อน้อมนำเอาหลักเศรษฐกิจพอเพียงมาปฎิบัติ และที่ดินตรงนี้ห่างจาก กทม.ไม่ถึง 3 กม.แต่ยังคงมีสวนเกษตรแบบนี้อยู่ เห็นว่าเป็นโครงการที่น่าสงเสริม จึงสนับสนุนให้ทำเป็นรูปร่างมากขึ้นและเป็นต้นแบบให้กับคนในเมืองที่มีที่ไม่มาก สามารถนำไปปฎิบัติตามได้อีก
   ต่อมานายสุเทพ ต่ายจันทร์ ประธานชมรมกำนันผู้ใหญ่บ้าน ได้เล็งเห็นความสำคัญและประโยชน์ของพืชผักพื้นบ้าน ที่น่าจะเอามาปรับใช้ได้ และสวนแห่งนี้สามารถปรับให้เป็นสวนเศรษฐกิจพอเพียง จึงปรึกษาเจ้าของสวนว่าควรปรับเป็นศูนย์เรียนรู้และการท่องเที่ยวให้ประชาชนที่สนใจการทำสวน แบบใช้พื้นที่น้อยสามารถปรับมาทำเป็นที่ปลูกผัก เลี้ยงปลา และเลี้ยงกบได้ จากนั้นได้ร่วมกันส่งเสริมให้เป็นโครงการของชุมชนแบบเป็นรูปธรรม
   นายอนุชิต เกตุทอง เจ้าของสวน กล่าวว่า ตนเป็นคนตำบลมหาสวัสดิ์ อำเภอบางกรวยโดยกำเนิด ยึดอาชีพทำสวนมาตลอด เคยมีคนมาขอซื้อที่ดินหลายครั้ง แต่ไม่ขาย สาเหตุที่ไม่ขายเพราะไม่รู้จะเอาเงินไปทำอะไร ครอบครัวก็ไม่มี อยู่เป็นโสดมาตลอด ทุกวันนี้เก็บผักมาวางขายหน้าสวน เพราะผักที่ปลูกอยู่ไม่ได้ใช้สารเคมี เป็นผักปลอดสารพิษร้อยเปอร์เซ็น ทุกเช้าจะมีคนมาซื้อผักที่สวนตลอด ขายหมดทุกวันมีรายได้วันละ 400-500 บาท  ที่ทำแบบนี้เพราะยึดเอารูปแบบโครงการเดินตามรอยเท้าพ่อ สานต่อวิถีพอเพียง และต่อไปจะร่วมกับอำเภอบางกรวยนำที่ดินแห่งนี้เปิดเป็นศูนย์เรียนรู้หลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงด้วย เพราะอนาคตอาจจะไม่มีสวนผักให้เห็นอีกแล้ว เพราะคนที่มีที่ดินจะขายกันหมด เนื่องจากพื้นที่อำเภอบาง
กรวย จ.นนทบุรี เป็นเมืองที่ติดกับกรุงเทพมหานครมากที่สุด
   นายสุเทพ ต่ายจันทร์ ประธานชมรมกำนันผู้ใหญ่บ้าน กล่าวว่า ตนได้นำเงินจากโครงการไทยนิยมยั่งยืนส่วนหนึ่งมาทำให้สวนแห่งนี้ออกมาเป็นรูปธรรมมากยิ่งขึ้น ทั้งเลี้ยงปลา เลี้ยงกบ ปลูกผัก ทั้งหมดปลอดสารพิษ และนำชาวบ้านที่สนใจมารวมกลุ่มกันทำโครงการ มีการทำบัญชีเก็บสะสมรายได้ให้เป็นกองกลางเพื่อนำไปบริหารจัดการต่อ เจ้าของสวนนี้อนุรักษ์ที่ดินและสวนไว้ไม่ขาย ทั้งที่มีราคาสูงถึงไร่ละ 20 ล้านบาท แต่มีความยินดีที่จะเดินตามหลักเศรษฐกิจพอเพียง ทางโครงการจึงส่งเสริม

folder_openAssigned tags
keyboard_arrow_up